ประวัติอาจารย์หนูเล็ก

Ajarnnulek Story

ประวัติอาจารย์หนูเล็ก

เธอเริ่มจากการเป็นนางเอกภาพยนตร์ เรื่อง “โก๊ะจ๋า..ป่านะโก๊ะ” ทั้ง 2 ภาค และเป็นพิธีกรรายการบ้านเลขที่ 5 ที่ชื่อ ณัฐชา นฤกวิน

และเธอยังเป็นพิธีกรอีกหลายรายการ อาทิ ..เที่ยงวันกันเอง ..เกม ญ หญิง ลุ้นแล้วรวย ..รายการ Good Life ทางช่อง 9 อสมท.

ประวัติอาจารย์หนูเล็ก 2

แต่วันหนึ่งเมื่อเธอ ประสบอุบัติเหตุ ตกบันไดจนเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ขั้นรุนแรง จนหมอให้ผ่าตัด ในระยะเวลา 2 ปีที่เธอเจ็บปวดทรมานตลอด 24 ชั่วโมง และมีวันที่เดินไม่ได้ แต่เธอเลือกที่จะสู้ และเลือกที่จะฟื้นฟูตัวเอง โดยไม่ผ่าตัด

เธอเรียนกายวิภาค ด้วยตนเอง และค้นพบการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูแบบใหม่ นั่นคือ การนำโยคะ มาดัดแปลงให้เข้ากับอาการบาดเจ็บ และฝึกอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 6 เดือนจนหายขาด หลังจากนั้นเธอจึงวิเคราะห์อาการบาดเจ็บของตนเอง และได้เขียนวิธีที่ทำให้ตัวเองหาย เป็นหนังสือชื่อ “ฉันผ่าตัดตัวเอง” จนโด่งดัง และติดอันดับเป็นหนังสือขายดี และได้แปลเป็นภาษาต่างประเทศ เธอกลายเป็นอาจารย์สอนกายภาพ เป็นนักเขียนแนวสุภาพ

92%

Happiness Rate

My clients report feeling happier more energized after completing their coaching program. health and wellness.

88%

Success in Habit Formation

Clients successfully adopt and sustain healthy habits over the long term, thanks to tailored strategies and consistent support.

82%

Improved Nutrition Knowledge

Clients leave the program with a deeper understanding of nutrition and how to make better food choices.

เธอเป็นอาจารย์ และวิทยากรคนแรกของประเทศ ที่บรรยายเรื่อง การป้องกันโรคออฟฟิศ ซินโดรม และโยคะหน้าเด็ก ในองค์กรต่างๆ กว่า 20 ปีที่ผ่านมา

เธอทำงานด้านสุขภาพ ทั้งการสอน สาธิต และคิดค้นวิธีฟื้นฟูร่างกายในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร แต่ได้ผลจริง เธอได้ค้นคว้า และเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น การฝึกและเรียนพลังจักรวาล กับอาจารย์ Dr. Luong Minh Dang ชาวเวียดนาม ที่ซึ่งเป็นการถ่ายเทพลังงาน เพื่อฟื้นฟูเยียวยาผู้ป่วย จนได้รับใบประกาศนียบัตรถึง 2 ครั้ง เธอสามารถพื้นฟูพลังงานของผู้บาดเจ็บในลักษณะต่างๆ ได้ ทั่วโลก
ประวัติอาจารย์หนูเล็ก 3

"การบรรยายในองค์กรต่างๆ ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี
สิ่งที่อาจารย์หนูเล็ก สอนและย้ำเสมอว่า..มนุษย์มีสิ่งสำคัญ 2 อย่าง คือ กายและใจ"

หากเราสามารถเข้าใจการทำงานของทั้ง 2 อย่างนี้ได้อย่างแท้จริง ชีวิตของเราจะอยู่ในภาวะสมดุลย์
และจะมีความเจ็บป่วยน้อยมาก หรือ อาจไม่เจ็บป่วยเลย เพราะหมอที่ดีที่สุดคือ ตัวเราเอง ..!!